UFABET
วิกฤติคณะสงฆ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ในส่วนของสงฆ์ต้องคดีเงินทอนวัดต้องว่าไปตามกฎหมาย อีกส่วนคือคดีการเมืองที่อดีตพระพุทธะอิสระถูกจับกุมคุมขังอยู่ในปัจจุบัน เกิดคำถามในหมู่คนไทยมากมายว่า สงฆ์ควรมีบทบาททางการเมืองหรือไม่ อดีตพระพุทธะอิสระทำผิดกิจของสงฆ์หรือไม่ ที่เป็นแกนนำผู้ชุมนุม
ในสมัยก่อนเกิดเหตุทำนองนี้ขึ้นหรือเปล่า แล้วก็เคยมีสงฆ์รูปไหนที่ออกมานำประชาชนในภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจของวัดบ้างพอเพียงจะมีกรณีเทียบได้บ้างโน่นเป็น พระคุณครูธรรมโชติ หากแม้แตกต่างกันเสียเชิงเดียว
ในต้นปีระกา พุทธศักราช2308 พระผู้เป็นเจ้ามังระ กษัตริย์ประเทศพม่าตั้งใจจะตีกรุงศรีอยุธยา ก็เลยให้เนภรรยาวสีหบดียกกองทัพเข้ามาทางเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ลงมาตีกรุงศรีอยุธยาด้านเหนือทางหนึ่ง ให้มังมหานรธายกกองทัพลงมาทางเมืองทวาย เข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาด้านตะวันตก บรรจบกับกองทัพเนภรรยาวสีหบดีอีกทางหนึ่ง ก่อนที่จะกรุงศรีอยุธยาจะเสียเอกราชเป็นครั้งที่ 2 นั้น ได้กำเนิดความกล้าหาญขึ้นที่บ้านบางระจัน ราษฎรเมืองราชสีห์ เมืองดีเลิศไชยชาญ เมืองสรรค์ได้รวมตัวกันที่บ้านบางระจัน ต่อสู้กับประเทศพม่าอย่างเต็มกำลังความรู้ความเข้าใจไม่ให้กรุงศรีอยุธยาแตกได้ถึง 5 เดือน
ประวัติศาสตร์ชาติไทยในตอนนี้ได้เอ่ยถึงพระคุณครูธรรมโชติ พระอาจารย์มีชื่อในสมัยนั้นว่า ได้มาเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจบำรุงขวัญและก็แรงใจของราษฎรที่ค่ายบ้านบางระจัน UFABET
พระคุณครูธรรมโชติ เดิมชื่อโชติ ขณะบรรพชาได้สมญานามทางพระว่า ธรรมโชติรังษี พื้นเพเป็นคนกรุงสุวรรณ ในช่วงกรุงศรีอยุธยาช่วงปลาย บวชแล้วจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ในวัดเขาขึ้นหรือเขานางบรรพชา ท่านมีความรู้ความสามารถด้านวิชากสิณ ด้านเวทมนตร์ที่เก่ง ด้วยทั้งยังปีแล้วก็วิชาต่างๆที่ได้เรียนรู้ฝึกหัดพูดพร่ำเล่าเรียนมา คนใดกันมองเห็นล้วนแล้วแต่กำเนิดเชื่อถือ
เมื่อประเทศพม่ายกพลมาล้อมกรุงศรีอยุธยาและก็ต้อนผู้คนในละแวกใกล้เคียงนั้น คนประเทศไทยกรุ๊ปหนึ่งได้สะสมพรรคพวกมารวมกรุ๊ปกันที่บ้านบางระจัน ตำบลเมืองดีเลิศไชยชาญ ตั้งเป็นค่ายไว้รอต่อสู้ประเทศพม่ารวมทั้งได้นิมนต์พระคุณครูธรรมโชติจากวัดเขานางบรรพชามาอยู่ที่วัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี ในปี พุทธศักราช2308 ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในค่าย เพื่อเป็นขวัญพลังใจแก่ประชาชนแล้วก็ให้ช่วยคุ้มครองป้องกันด้วยการลงผ้าประเจียด กะตรุด รวมทั้งพิสมรจ่ายแจกแก่ประชาชน
หัวหน้าราษฎรค่ายบางระจันที่สำคัญอย่างเช่น ขุนสรรค์ กำนันพันเรือง นายทองคำเหม็น นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองคำแสงสว่างใหญ่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก แล้วก็นายทองคำแก้ว หัวหน้าพวกนี้รวมทั้งประชาชนค่ายบางระจันได้รวมดวงใจกันต่อสู้กับประเทศพม่าถึง 8 ครั้ง ในเวลา 5 เดือนอย่างองอาจชาญชัย แต่ว่าสุดท้ายค่ายบางระจันก็แตกเมื่อวันจันทร์ แรม 2 เย็น เดือน 8 ปีจอ อัฐศก ตรงกับ พุทธศักราช2310
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์เอาไว้ในหนังสือ "ไทยรบเมียนมาร์" ตอนหนึ่งว่า…
"เมื่อเดือน 3 ปีไก่ เนภรรยาวสีหบดีให้พวกเมียนมาร์กองหนึ่งท่องเที่ยวค้นทรัพย์สินจับผู้คนทางเมืองดีเลิศไชยชาญ เมียนมาร์บังคับพลเมืองที่ยอมอยู่ในอำนาจให้นำไปท่องเที่ยวค้นหาทรัพย์สิน ตอนหลังประเทศพม่ารู้ดีว่าผู้ใดมีลูกสาวจะบังคับเรียกเอาบุตรสาวด้วย พวกพลเมืองก็พากันโกรธ ก็เลยคิดจะเอาคืนเมียนมาร์ ถูกกันทั้งหมดที่ไปยอมอยู่กับเมียนมาร์แลพวกที่ยังหลบซุ่มซ่อนอยู่ มีตัวหัวหน้า 6 คน ชื่อ นายแท่น, นายโชติ, นายอิน, นายเมือง
ทั้งยัง 4 คนนี้เป็นประชาชนศรีบัวทองคำ ตำบลเมืองราชสีห์ นายดอก บ้านกรับ, นายทองคำแก้ว บ้านโพธิ์สมุทร 2 คนนี้เป็นคนกรุงดีเลิศไชยชาญ นัดหมายกันลวงเมียนมาร์ให้ไปค้นบุตรสาวประชาชนที่บ้านป่าแห่งหนึ่ง แล้วรุมกันฆ่าประเทศพม่าที่ไปตายหมดอีกทั้ง 20 คน แล้วจึงพากันหนีไปยังบ้านบางระจัน
ด้วยเวลานั้นประชาชนราษฎรยอดเยี่ยมไชยชาญแล้วก็เมืองสรรค์หลบซ่อนเมียนมาร์ไปอาศัยอยู่ที่บ้านบางระจันมากมายร่วมกัน เนื่องจากว่าบ้านบางระจันมีเสบียงบริบูรณ์ แม้กระนั้นเป็นบ้านดอนอยู่ที่เขตแดนเมืองดีเลิศไชยชาญกับเมืองสุวรรณและก็เมืองราชสีห์ต่อกัน ศัตรูจะไปถึงได้ยาก
พวกที่หนีไปคราวหน้าไปนิมนต์พระคุณครูธรรมโชติ วัดเขานางบรรพชา ตำบลเมืองทอง ซึ่งพวกราษฎรเชื่อถือกันว่าเป็นผู้ทรงความรู้วิทยาคุณ ให้มาช่วยปกป้องที่วัดโพธิ์เก้าต้นในบ้านบางระจันด้วย แล้วเชื้อเชิญกันตั้งซ่องโสเภณีต่อสู้ประเทศพม่า
พวกพลเมืองก็เห็นดีเห็นงามพร้อม ก็เลยเก็บกำลังได้ผู้ชายกว่า 400 คน มีตัวหัวหน้าอีก 5 คน เป็นขุนสรรค์, กำนันพันเรือง, นายทองคำเหม็น, นายจันทร์หนวดเขี้ยว, นายทองคำแสงสว่างใหญ่ ช่วยเหลือกันเข้าค่ายขึ้นวงรอบบ้านบางระจันเป็น 2 ค่าย แล้วจัดกันเป็นหมวดหมู่จัดแจงไว้หน้าที่พร้อมเครื่องศัยี่ห้อวุธที่หาได้ในตำบลนั้น แล้ววางกองสืบรอแสวงหาประเทศพม่าที่จะติดตามไปไม่ได้ประมาท
ข้างประเทศพม่าที่เมืองดีเลิศไชยชาญทราบว่าพวกไทยที่ฆ่าประเทศพม่าหนีไปอยู่ที่บ้านบางระจัน ก็ชูกันไปราว 100 คน UFABET หมายว่าจะไปจับพวกที่หนีนั้น
พวกประชาชนบางระจันรู้เรื่องรู้ราวก็จัดเตรียมรักษาค่าย แล้วจัดกันเป็นกองรบขึ้นกองหนึ่ง ให้นายแท่นเป็นนายใหญ่ เพียงพอเมียนมาร์ชูไปถึงลำคลองบางระจันยังพักอยู่ข้างฝั่งใต้ นายแท่นก็คุมพวกกองรบ 200 คนผ่านลำคลองมา
เพียงพอถึงก็กรูกันเข้าไล่ฟันแทงเมียนมาร์ ประเทศพม่าไม่ทันรู้สึกตัวยิงปืนได้นัดหมายเดียว ไทยก็เข้าล้อมแทงฟันชิดถึงตัว ฆ่าประเทศพม่าตายเกือบจะหมด เหลือแค่ตัวนายควบม้าหนีกลับมาได้สักสองสามคนแค่นั้น พวกราษฎรบางระจันมีชัยชนะเหนือประเทศพม่าได้ดีแล้วจิตใจ
เมื่อเกียรติคุณรู้กันแพร่หลายว่าพวกราษฎรบางระจันรบชนะประเทศพม่า พวกประชาชนที่เข้าใจแจ่มแจ้งซุ่มซ่อนอยู่ตามตำบลหัวเมืองที่ใกล้เคียงก็พากันมาเข้าซ่องโสเภณีบ้านบางระจันเยอะขึ้นแต่ละวัน จนกระทั่งรวมได้กำลังตั้งพัน พวกหัวหน้าก็จัดเป็นหมวดกองควบคุมกันอย่างกองทัพ ยังขาดอยู่แม้กระนั้นปืนมีน้อยต้องต่อสู้ศัตรูแม้กระนั้นด้วยอาวุธสั้นเป็นหลัก
แม้กระนั้นพวกประชาชนเชื่อถือวิทยาคมของพระคุณครูธรรมโชติ พระคุณครูก็ลงผ้าประเจียดรวมทั้งกะตรุดพิสมรแจกให้ทั่วถึง ต่างก็มีใจกล้าหาญชาญชัยก็เลยกำเนิดกำลังต่อสู้เมียนมาร์ขึ้นทางศีรษะเมืองด้วยเหตุนี้"
เมียนมาร์พากเพียรปราบพวกราษฎรบางระจันมาตั้งแต่เดือน 5 ปีไก่ จนกระทั่งเดือน 7 ปีจอ พุทธศักราช2309 ให้กองทัพชูไปถึง 7 UFABET ครั้งก็แพ้ไทยมาทุกครั้ง
เนภรรยาวสีหบดีก็ร้อนรน ด้วยมองเห็นพวกราษฎรบางระจันมีกำลังเดินทางมากขึ้นทุกครั้ง เกรงจะชูเป็นกองทัพใหญ่ลงมาล้อมจะหาคนไหนสมัครใจคุมพลไปปราบพวกประชาชนบางระจันอีก พวกนายทัพนายกองเมียนมาร์ก็พากันเกรงกลัวเสียส่วนใหญ่
ในขณะนั้นมีมอญคนหนึ่งเป็นคนที่เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลายาวนานแล้วไปฝากเนื้อฝากตัวอยู่กับประเทศพม่า ได้ไปช่วยเมียนมาร์ทำศึกแข็งแรง กระทั่งเนภรรยาวสีหบดีตั้งให้เป็นตำแหน่งสุกี้หรือพระนายกอง เข้าไปอาสาจะตีค่ายบางระจันให้แตกจนได้ เนภรรยาวสีหบดีก็เลยมาตรฐานกองทัพรวมถึงเมียนมาร์มอญให้สุกี้คุมไปรบประชาชนบางระจันเป็นครั้งที่ 8
ข้างสุกี้รู้จักดีกับไทย ทราบว่าไทยกล้า ถ้าเกิดทำศึกในกลางแจ้งสู้ไทยมิได้ อีกประการหนึ่งวิถีทางที่จะชูไปบ้านบางระจันเป็นป่าเปลี่ยว ข้างไทยช่ำชองทางบางทีอาจจะซุ่มซ่อนระบายในกระบวนรบเอาชัยชนะเมียนมาร์มาได้หลายคราว สุกี้รอบคอบตั้งแต่ทีแรกชูไปถึงไหนก็เข้าค่ายที่พักเป็นค่ายมั่นทุกหัวระแหง เบาๆชูไปช้าๆไม่รีบร้อน ครึ่งเดือนก็เลยชูไปถึงเขตบ้านบางระจัน
พอพวกไทยชูออกมา สุกี้ก็รบสู้อยู่แม้กระนั้นในค่าย พวกราษฎรบางระจันตีค่ายสุกี้หลายคราวก็ตีมิได้ ด้วยค่ายยึดมั่นอาจ ไม่มีปืนใหญ่จะยิงทำลายค่าย ไปตีทีไรก็ถูกเมียนมาร์ยิงป่วยตายสิ้นเปลืองลงไปทุกครั้งจนกระทั่งไม่รู้ที่จะทำเช่นไร
วันหนึ่งนายทองคำเหม็นกำลังเมาสุราคิดหงุดหงิดขึ้นมาก็ขึ้นขี่ควาย พาพวกทหารกองหนึ่งตรงยี่ห้อกเข้าไปรื้อถอนแย่งค่ายเมียนมาร์ ประเทศพม่ามองเห็นไทยไปน้อยก็ออกต่อรบ นายทองคำเหม็นขับควายนำพลไล่ถลำเข้าไปกึ่งกลางพวกศัตรู ถูกเมียนมาร์ตบตีตาย พวกไพร่พลก็แตกหนีกลับมา เป็นครั้งแรกที่พวกประชาชนบางระจันแพ้ประเทศพม่า
หนังสือประวัติ ฉบับจดหมาย ได้พูดถึงเหตุผลที่ทำให้เครื่องรางของขลังที่พระคุณครูธรรมโชติได้มอบให้แล้วเสื่อมอานุภาพลงไว้ ดังต่อไปนี้…
"ครั้นเมื่อถึงในวันจันทร์ แรม 2 เย็น เดือน 8 ปีจอ อัฐศก ประเทศพม่าก็ชูเข้าตีค่ายใหญ่บ้านบางระจันแตก ฆ่าคนเสียมหาศาลด้ามจับเป็นได้นั้นก็มากมาย บรรดาครอบครัวชายหญิงเด็กแล้วก็คนแก่ ซึ่งเหลือตายอยู่นั้นให้ปัดกวาดเอาไปสิ้น แล้วเลิกกองทัพกลับไปยังค่ายประเทศพม่า
ตั้งแต่รบกันมาห้าเดือนจนถึงเสียค่ายนั้น ไทยตายโดยประมาณพันเศษ ประเทศพม่าตายโดยประมาณสามพันเศษ รวมทั้งพระคุณครูธรรมโชตินั้นทำด้ายสายสิญจน์มงคลผ้าประเจียดกะตรุดต่างๆแจกให้คนทั้งผอง แต่ก่อนนั้น มีคุณอยู่อาจแคล้วคลาดคุ้มอันตรายอาวุธได้ขลังอยู่ คราวหลังผู้คนมาอยู่ในค่ายมากมายสำส่อน ที่เชื่อถือแท้บ้าง ไม่แท้บ้าง ก็เสื่อมตบะเดชะลง ที่อยู่อาจบ้าง ที่จะต้องอาวุธเจ็บตายบ้าง และก็ตัวพระคุณครูนั้น ที่ว่าตายอยู่ในค่ายก็มี UFABET ที่ว่าหายไปก็มี ความหาลงแน่ๆไม่"
ตอนนี้รูปปั้นของพระคุณครูธรรมโชติที่มีไว้ให้ประชากรสักการบูชานั้นมี 2 สถานที่ร่วมกัน เป็น
วัดเขาขึ้น อำเภอเดิมบางนางบประมาณวช จังหวัดสุพรรณบุรี UFABET ซึ่งวัดเขาขึ้นเป็นวัดที่อยู่บนยอดดอย มีทิวทัศน์ที่งดงาม และก็วัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี.


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น