UFABET
พาย้อนกลับไปรัชสมัยสมเด็จพระที่นารายณ์ที่แม่การะเกดผ่านเวลาไปกันอีกรอบ เพราะเหตุว่าเป็นสมัยที่มีการบันทึกว่ามีการจับพระสึกสูงที่สุดสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์
เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนว่ากล่าวน ฟอลคอน) สร้างความไม่พึงพอใจให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงกลาโหม ซึ่งหมายถึงสมเด็จพระเพทราชา รวมทั้งหลวงสรศักดาเป็นอย่างมาก เพราะว่ามานะจะชักพาสมเด็จพระที่นารายณ์ให้แปรไปเชื่อถือศาสนาคริสต์ ทั้งยังยังได้ทำการหมิ่นความเอื้อเฟื้อพุทธศาสนิกชนหลายที
อาทิเช่น จัดแจงสึกภิกษุเณรให้ลาสึกออกมารับราชการและก็ใช้แรงงานโดยไม่เต็มใจ ฯลฯ สมเด็จพระทุ่งนารายณ์ก็ทรงโอนเอนตามเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ในหลายเรื่อง ทำให้ชาวพุทธอย่างข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงกลาโหมและก็หลวงสรศักดารู้สึกเคืองโกรธในตัวชาวภาษากรีกผู้นี้ยิ่งนัก
แต่ว่าหลักฐานบางกระแสกล่าวว่า แผนการสึกพระภิกษุคงจะมาจากสมเด็จพระที่นารายณ์เองต่างหาก เนื่องมาจากฟอลคอนไม่บางทีอาจทำเรื่องแบบนี้ได้เองแม้พระนารายณ์ไม่ทรงอนุญาต
หัวข้อนี้หลวงสรศักดาไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ถึงกับต่อยปากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ฟันหักไป ๒ ซี่ ก่อนที่จะหนีพระราชอาญาไปพึ่งเจ้าแม่วัดดุสิต คุณแม่โกษาเหล็กแล้วก็โกษาปานซึ่งเป็นแม่นมสมเด็จพระที่นารายณ์
เจ้าแม่วัดดุสิตก็เลยพาหลวงสรอำนาจขึ้นไปเมืองจังหวัดลพบุรีเพื่อขอสิ่งของอภัยโทษ สมเด็จพระที่นารายณ์ก็พระราชทานอภัยโทษให้
มีหลักฐานร่วมยุคชิ้นหนึ่งเป็น เอกสารประเด็นการสนทนาทางศาสนาระหว่างฟอลคอนกับพระอธิการ เดอ ชัวซี (abb de Choisy) ฟอลคอนกล่าวเองว่าสงฆ์ไทยในช่วงเวลานั้นถูกสึกมาทำงานมาก แม้กระนั้นพระมอญไม่โดน แล้วก็ตามคำสัญญาทางศาสนาคริสต์ที่ว่าด้วยการให้มิชชั่นรับคนประเทศไทยไว้ภายในโบสถ์เสมือนเป็นข้าวัดเพื่อสอนศาสนา ฟอลคอนเองบอกว่าเป็นได้ยากไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุหรือข้าวัด โดยบอกเหตุผลว่า
"ด้วยเหตุว่าในหลวงทรงเรียกคนพวกนี้ UFABET ออกมาจากวัดวันละคนจำนวนไม่น้อย ส่งไปให้อยู่กับนายข้อมือเพ้อใช้กระทำการโยธาถัดไป"
และก็ "พระมหากษัตริย์ไทยก็ได้ทรงกระทำการอะไรบางอย่างซึ่งน่าสะพรึงกลัวจะมีผลให้มีการทุกข์ยากลำบากมากกว่าที่จะชูสิทธิให้พวกเราอันจะก่อให้มีการทุกข์ยากลำบากขึ้นนั้นหลายเท่าเสียอีก อย่างเช่นให้พระพระสงฆ์สึกตั้ง ๕๐ หรือ ๖๐๐ องค์ฯลฯ"
ฟอลคอนได้เล่าว่า "เคยได้เห็นกษัตริย์ให้พระพระสงฆ์สึกในวันเดียวตั้ง ๗๐๐ องค์ รวมทั้งให้ศิษย์ออกมาจากวัดตั้ง ๑๐,๐๐๐ คนก็มี แม้กระนั้นถึงด้วยเหตุนั้นพวกไทยก็หาได้พร่ำบ่นประการใดไม่ ถ้าว่าได้ทราบสึกเสียแล้วว่านิสัยของคนประเทศไทยไม่อยากใส่ใจสำหรับเพื่อการศาสนาเท่าไรนัก"
นากจากนี้ในหลักฐานในขั้นต้นเป็นจดหมายของฟอลคอน ส่งถึงนักบวช เดอ ลาแชส (Fran ois d'Aix de la Chaize) พระโทษ (confessor) ของพระผู้เป็นเจ้าหฝ่าส์ที่ ๑๔ ระบุวันที่ ๒๐ เดือนพฤศจิกายน คริสต์ศักราช ๑๖๘๖ ได้รายงานถึงความรู้สึกว่าไม่พึงพอใจของเจ้าหน้าที่รัฐรวมทั้งราษฎรที่มีต่อสมเด็จพระท้องนารายณ์บ่อยครั้ง
อย่างเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นในกุมภาพันธ์ คริสต์ศักราช๑๖๘๔ มีเจ้าหน้าที่รัฐยื่นบัตรสนเท่ห์ต่อคณะลูกขุนในศาลหลวง มีรายละเอียด "ป้าสีบรรดาบรรพชิตว่าเป็นศัตรูของข้อบังคับประเทศ อนึ่งยังได้กำหนดไว้เพราะว่าพระมหากษัตริย์นั้นทรงไม่สมเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของพระ (พุทธ) ศาสนาเลย แล้วยังปรักปรำป้ายสีอีกมากมายหลายอย่าง" แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็จับผู้ทอดบัตรสนเท่ห์ได้ ซึ่งให้การว่า "ได้รับความสนับสนุนจากคำพยากรณ์ทายทักซึ่งภิกษุรูปหนึ่งบอกให้ คำทำนายนั้นกล่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นศัตรูพระ (พุทธ) ศาสนา จะจะต้องสวรรคต และก็ยังข้อทายอันแปลกอันอื่นอีกอย่างมากมาย"
รวมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้น ๓ ถึง ๔ เดือนภายหลังจากแผนกนักการทูตของเชอวาลิเยร์ เดอ โชมงต์ เดินทางกลับประเทศฝรั่งเศส (ราวมีนาคม-เดือนเมษายน คริสต์ศักราช๑๖๘๖) มีหัวหน้าบัตรสนเท่ห์ไปห้อยบนต้นไม้หน้าประตูวังเมืองละโว้
มีเนื้อความเขียนกล่าวว่า ผู้ใดกันแน่ได้เจอหนังสือรวมทั้งนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระทุ่งนารายณ์ แม้ว่าจะได้รับโทษตายก็จะได้ขึ้นสรวงสวรรค์ ในหนังสือแจ้งถึงภัยของพุทธ มีทำนองเหี้ยมหาญและก็เอ่ยถึงเจ้าขุนมูลนายพราหมณ์ที่เป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ว่าทราบตื้นลึกดกอย่างยอดเยี่ยมแม้กระนั้นปกปิดไว้
ยิ่งไปกว่านี้ลาลูกางร์ยังได้บันทึกถึงการสอบปลายภาคของพระภิกษุตามแผนการของสมเด็จพระท้องนารายณ์ ซึ่งให้ทดลองวิชาความรู้เพราะเหตุว่ามีภิกษุหลายชิ้นที่มาบรรพชาหนีราชการ
ผลเป็นลาลูกางร์พูดว่าในตอนที่เขาเข้ามา (พุทธศักราช๒๒๓๐) มีพระภิกษุโดนจับสึกหลายพันรูปด้วยเหตุว่าสอบตก รวมทั้งเป็นแม่กองสอบพระภิกษุข้างค้างมวาสีก็คือ ออกหลวงสุรศักดิ์ หรือพระผู้เป็นเจ้าเสือในอนาคตนั่นเอง
ช่วงปลายรัชสมัยพระนารายณ์มีหลักฐานว่ามีกรุ๊ปภิกษุรอให้การช่วยเหลือพระศรีสุธรรมราชาอยู่ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ปรากฏในหลักฐานร่วมยุคว่าทำให้ท่านไม่ทรงวางใจสถาบันสงฆ์นัก
นอกจากนั้นเองในรัชสมัยของท่านการก่อกบฏโดยภิกษุก่อให้เกิดความไม่ลงรอยกันมากยิ่งขึ้น มีหลักฐานว่าถึงขนาดทรงให้ปิดวัด และยังรวมไปถึงเรื่องสึกพระก็พอให้มองเห็นการขัดกันของกษัตริย์กับพระสงฆ์ได้ ทำให้สถาบันสงฆ์ตีตัวออกห่างท่าน
ความจริงเหตุผลของการสึกพระออกมารับราชการบางทีอาจไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเหมือนปกติ ด้วยเหตุว่ามั่นใจว่าเหตุผลหลักเป็นการดึงราษฎรในระบบขี้ข้าที่ซ่อนหลีกเลี่ยงการเกณฑ์กลับมาสู่ระบบราชการของอยุธยา
เนื่องจากว่าโดยธรรมดาแล้ว ไพร่หลวงจะต้องถูกกฏเกณฑ์รับราชการปีละ ๖ เดือน ไพร่สมจำต้องรับใช้นายใหญ่ แต่ว่าภิกษุนับว่าเป็นชนชั้นพิเศษที่ผิดหลักเกณฑ์เดือน ไม่ต้องรับใช้นายใหญ่ ไม่จำเป็นที่จะต้องถูกกฏเกณฑ์ไปรบ
ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยปรากฏว่ามีขี้ข้าหลีกจากการเช็ดกหลักเกณฑ์ไปบรรพชาเยอะๆ
การที่ราชสำนักให้พระพระสงฆ์สึก ก็เลยเป็นเลิศในแนวทางที่ช่วยคัดเลือกกรองพระภิกษุที่ไม่มีความรู้พระปริยัติธรรมมากมายพอเพียง ซึ่งบางทีอาจเป็นขี้ข้าที่หลบหลีกการเกณฑ์กลับมาสู่ระบบราชการ แล้วก็เกื้อหนุนให้พระพระสงฆ์จำต้องตั้งอกตั้งใจเรียนรู้พระปริยัติธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการอุดหนุนพุทธศาสนาไปในตัว
การสอบปลายภาคและก็การสำรวจสมที่ห้องครัวคือเรื่องธรรดาที่มิได้มีแม้กระนั้นในรัชกาลสมเด็จพระที่นารายณ์
แม้กระนั้นแต่กระนั้น ปริมาณสงฆ์ที่ถูกสึกรวมทั้งข้าวัดที่ถูกบังคับให้ออกจากวัดมารับราชการในรัชกาลสมเด็จพระที่นารายณ์ ก็ยังสูงยิ่งกว่าธรรมดามากมาย
กระทั่งผู้จ่ายประวัติศาสตร์ยุคข้างหลังคิดว่าเป็นการ "ปฏิบัติให้ร้อนในพุทธศาสนา" ฉะนั้นก็เลยบางทีอาจมิได้มาจากเหตุผลการนำขี้ข้ากลับมาสู่ระบบราชการเพียงแต่ประการเดียว
อีกผลหนึ่งที่เป็นได้สูงเป็น สมเด็จพระทุ่งนารายณ์มีความต้องการลดอิทธิพลของสถาบันสงฆ์ลงไปด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง เพราะเหตุว่าสถาบันสงฆ์มีสถานะสูงรวมทั้งมีกำลังเราพระในดูแลเยอะแยะ นอกจากนั้นยังเป็นที่เคารพยกย่องของประชากรในสังคม ก็เลยมีผลกระทบสำหรับเพื่อการใช้ศาสนาแนะนำความนึกคิดของประชาชนได้มาก
แต่ว่าสถาบันสงฆ์ก็บางทีอาจแปลงเป็นขั้วตรงกันข้ามด้านการเมืองของพระเจ้าอยู่หัวได้เช่นกัน ตามที่ปรากฏในประวัติศาสตร์อยุธยาหลายทีว่า....
....วัดได้แปลงเป็นฐานดำเนินการทางด้านการเมืองของราชวงศ์รวมทั้งเจ้าขุนมูลนายบ่อย โดยมีสถาบันสงฆ์เป็นผู้สนับสนุน....
ราชวงศ์หลายท่านเคยเสด็จออกบวชหนีราชภัย และก็หลายท่านทรงก่อกบฏด้วยการผลักดันและสนับสนุนของพระภิกษุ ดังเช่น ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระศรีศิลปโอรสในสมเด็จพระไชยราเชนทร์ทรงก่อกบฏด้วยการช่วยสนับสนุนของสมเด็จพระสังฆราชวัดป่าแก้ว พระผู้เป็นเจ้าทรงธรรมทรงเคยบวชเป็นที่พระพิมลธรรมได้เล่าเรียนพระไตรปิฎกจนกระทั่งชำนาญ UFABET มีผู้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์มากมายจนถึงชิงราชสมบัติได้
พระศรีศิลปพระน้องชายของพระผู้เป็นเจ้าทรงธรรมทรงได้รับความให้การช่วยเหลือจากพระภิกษุในเมืองเพชรบุรี จนถึงก่อกบฏต่อสมเด็จพระเชษฐาธิราช รวมทั้งเมื่อเจ้าฟ้าไชยได้ราชสมบัติต่อจากพระผู้เป็นเจ้าวังทองคำก็ปรากฏหลักฐานว่าพระศรีสุธรรมราชาเสด็จหนีไปอยู่ในวัด
แม้กระทั้งสมเด็จพระที่นารายณ์ก็ยังทรงปรากฏในหลักฐานของนักบวช เดอ กางส (Claude de B ze) ว่าทรงได้รับความให้การช่วยเหลือจากภิกษุ จนถึงสามารถชิงราชสมบัติจากพระศรีสุธรรมราชาพระผู้เป็นเจ้าอาได้สิ่งเดียวกัน
แม้กระนั้นถ้าเล่าเรียนจากนิสัยของฟอลคอน คนผู้นี้ไม่ได้เอาจริงเอาจังกับศาสนาใดนัก เว้นแต่ผลตอบแทนที่ตนเองจะได้รับ
กรณีท้าวทองคำกีบม้า หรือ มารีอา ข้าโยมาร์ เด ปิญญา ขณะนางแก่ได้ ๑๖ ปี พ่อของนางแสดงความไม่ถูกใจในความประพฤติรวมทั้งความประพฤติปฏิบัติของลูกเขยที่หลงลาภตำแหน่งเชิดชูแล้วก็มักในทางโลกนัก UFABET
ฟอลคอนก็เลยแสดงความสุจริตใจด้วยยอมละนิกายแอโลภลิคันที่ตนเชื่อถือ กลายเป็นนิกายโรมันคาทอลิกตามมารีอา
รวมทั้งข้างหลังการแต่งงาน มารีอาก็ยังดำเนินชีวิตอย่างธรรมดาไม่โม้ในยศถาบรรดาศักดิ์ ซ้ำยังเชิญชวนให้ผัวทำตัวแล้วก็ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัดเป็นประจำขึ้นกว่าเก่า ดังปรากฏในงานนิพนธ์ของนักบวชโกลด เดอ กางซ (Claude de B ze) ว่า"...สตรีผู้ถือมั่นในพระคริสตธรรมนี้แก่ได้ไม่เกิน ๑๖ ปี ได้หลีกลี้ความเบิกบานใจบันเทิงใจทั้งหลายแหล่ อันสตรีในวัยเดียวและก็ฐานะเดียวกันกับนางใฝ่หากันยิ่งนักนั้น แล้วมุ่งแม้กระนั้นจะรับใช้พระเจ้ากับทำความสบายอกสุขใจแก่ท่านผัวเพียงแค่นั้น นางไม่ออกมาจากทำเนียบไปไหนมาไหนเลย นอกเหนือจากการที่จะไปวัด..."
จากบันทึกน้อยครั้งที่ฟอลคอนจะไปวัด UFABET และก็พักหลังผัวเมียคู่นี้มักบาดหมางกัน เนื่องจากว่าความทะยานอยากของฟอลคอน รวมทั้งนี่เป็นนิสัยที่ไม่แคร์ผู้ใดทั้งหมด เขาทำเป็นทุกเรื่องแม้กระทั้งการมีส่วนร่วมสำหรับการจับพระสึก.


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น